Friday, July 04, 2014

MONDAY PEOPLE

มันเดย์ใหม่ถือกำเนิด
รู้สึกกลับมาสนุกกับมันอีกครั้ง
ชีวิตรายเดือนน่าจะทำให้มีเวลาละเลียดกับรายละเอียดมากขึ้น
ทำให้อะไรต่อมิอะไรลึกขึ้น คมชัดขึ้น เข้มข้นขึ้น
รู้สึกดีที่เห็นน้องๆ ค่อยๆ โตขึ้นมา
บ้างก็โตไว บ้างก็โตช้า ก็ไม่ว่า
อย่างน้อยขอให้โตขึ้นเรื่อยๆ ก็พอ
และสำคัญที่สุด สนุกกับการทำงาน

Thursday, August 22, 2013

ยังแพลน

หนนี้เตรียมตัวเที่ยวปลายปีนานกว่าหนก่อนซะอีก
มันเริ่มมีประสบการณ์ มันเลยเริ่มรู้ว่า
จะไปเจาะตรงไหน ตรงไหนไป ตรงไหนไม่ไป
อะไรเอา อะไรไม่เอา
สองเดือนที่ผ่านมาแพลนเรื่องที่พักอย่างเดียว
จองหมดอะไรหมด ครบ หายห่วง
(หวังว่าบุ๊กกิ้งดอตคอมจะไม่ฟักอัพ
เพราะเราโชคดีมากที่ผ่านมาไม่เคยโดนเลย
แต่คนอื่นแม่งโดนกันเพียบ)

เรื่องของเรื่อง พอเรื่องวันเดินทางลงตัว เรื่องที่พักลงตัว
พอมาถึงวันนี้ เริ่มงง เอ่อ กูทำไรต่อเนี่ย
เนื่องจากเรื่องตั๋วเครื่องบินต้องรอซื้อใกล้ๆ
(ว่าจะซื้อกับ H.I.S. ที่น่าสนใจสุดในวันนี้)

โอเค แพลนแม่งวันต่อวันไปเลยดีกว่า
ปีที่แล้วชิวเกิน อยากไปไหน ก็ตัดสินใจไปเป็นวันๆ
แต่หนนี้เกี่ยวกับการซื้อ pass ต่างๆ
ซึ่งว่าจะใช้ทั้งซุรุตโตะ และคันไซ wide ของ JR ด้วย
คงต้องแพลนให้เป๊ะขึ้น จะได้ไม่เปลือง

ความตั้งใจของทริปในปีนี้
1) จะตั้งใจใช้เงินอย่างระวังและมีสติมากขึ้น บันทึกให้เป๊ะ
เก็บรายละเอียดให้หมด เซฟอะไรได้จะเซฟ
2) ระหว่างเดินทางจะบันทึกให้ละเอียดขึ้นอีกมากๆ
ถ้าเป็นไปได้ จะเขียนให้เป็นต้นฉบับที่เอาไปใช้ต่อได้เลย
3) เวลาเราเยอะ ดังนั้นจะไปให้ครบ
ทั้งนาระ ฮิเมจิ และเกียวโตที่ไปเห็นมาน้อยเกินไปในปีก่อน
ส่วนโกเบและโอซาก้า ก็กะจะเน้นอยู่แล้ว

Saturday, August 17, 2013

เคยอึด

ปีนี้รู้สึกแก่ไปอย่างรู้สึกได้ชัด
อัดงานโต้รุ่งสามวัน ป่วยเลย
ได้เวลาหาทายาทแล้วจริงๆ

เอาจริงๆ คนที่อยากทำหนังสือจริงๆ ล้วนๆ หายากที่สุด
ส่วนใหญ่อยากเป็นนักเขียน หรืออยากมีหนังสือ
ไม่ก็อยากใช้หนังสือเป็น stepping stone ไปที่อื่นต่อ
แต่คนที่อยากทำหนังสืออย่างแท้จริง
เพราะรักหนังสืออย่างแท้จริง
แทบหาไม่มีเลยจริงๆ

Thursday, June 27, 2013

That's how I know

เมื่อก่อน เวลาเจอใครๆ ที่ทำอะไรน่าทึ่ง
มีชีวิตและการงานที่น่าทึ่ง
เราจะหันกลับมาเศร้ากับตัวเอง
อยากทำงานอย่างเขา อยากมีชีวิตอย่างเขา
อยากได้อยากมีอย่างที่เขาได้เขามี
ความสำเร็จและการได้ดีของเพื่อน
จะไม่ทำให้เรายินดีไปกับเขาได้อย่างเต็มจิตเต็มใจ
เพราะส่วนหนึ่งเรามัวแต่อิจฉา
และอดคิดไม่ได้ว่าเรามันช่างต่ำต้อยด้อยค่า

วันนี้นั่งคุยกับเพื่อน เพื่อนเล่าเรื่องงานให้ฟัง
ชีวิตดีมาก งานดีมาก เงินดีมาก
แล้วทันใดนั้นผมก็ตระหนักว่า
ผมรักงานนี้ รักอาชีพนี้ และรักชีวิตของตัวเองตอนนี้มากแค่ไหน
เพราะความรู้สึกที่เคยมีเคยเป็น
นั่นคือเอาชีวิตคนอื่นมาเทียบ
แล้วรู้สึกสงสารตัวเองนั้น มันไม่เกิดขึ้นเลย
นึกย้อนไป ใช่ มันไม่เกิดขึ้นมานานแล้ว
และนี่เองที่ทำให้ผมรู้ว่า
สิ่งที่ผมทำอยู่ มันใช่แค่ไหน

เหมือนแฟน เมื่อก่อนเห็นคนอื่นมีแฟนดีๆ
เราก็อยากได้อยากมีอย่างเขา
แต่เป็นเวลาจะห้าปีแล้วที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกนี้เลย
นี่เองที่มันช่วยตอบเราว่า
เราเจอคนที่ใช่แล้วหรือยัง

เมื่อไหร่ที่ความรักของเราตั้งนิ่งอยู่บนความรู้สึกที่มั่นคง

ไม่แกว่งไกวไปมา 
มันโคตรสงบสุขเลย



((By the way, 

on an unrelated subject,
คนเราเดี๋ยวนี้
โดนสิบ
เจ็บร้อย
แหกปากร้องพัน))

Sunday, June 23, 2013

Dumbass

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว
ได้ค่าต้นฉบับมาก้อนใหญ่ยักษ์ ก็หมายจะเอาไปล้างหนี้ที่มีอยู่
จึงแบ่งเงินเกือบทั้งหมดไปใส่บัญชีธนาคารแห่งหนึงที่มีบัตรเครดิต
(หนึ่งในสองใบที่ใช้) ซึ่งบัตรนี้เป็นบัตรที่ แต่ไหนแต่ไรมาเอาไว้หักขั้นต่ำ
เพราะเมื่อก่อนจน ก็มีใบนี้เผื่อไว้เวลาขัดสนจนตรอก

ทีนี้ความโง่คือ เสือกโอนเข้าไปก่อน
แล้วกะจะไปทำเรื่องให้หักเต็มจำนวนจากนี้เป็นต้นไป
ปรากฏ ลืมสนิท ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ลืมไปว่าตัวเองเอาเงินใส่ไว้เยอะมาก
พองวดต่อไป ก็ยังคงโอนมินิมัมตามยอดเรียกเก็บของบัตร
และยังคงตั้งหน้าโอนทุกเดือนมาเกือบปี
และด้วยความโง่และละเลย ก็ไม่เคยเอาสมุดบัญชีไปอัพเดตเลย
(เนื่องจากมันเป็นบัญชีที่ไม่มีรายได้เข้าประจำ
มีแต่การเอาไว้หักบัตรเครดิต)

จนถึงวันนี้ที่เอาไปอัพเดต เชี่ย ทำไมกูมีเงินเยอะขนาดนี้วะ
นั่นแหละ จึงได้นั่งระลึกชาติ
ความดีคือ เออ กลายเป็นการเก็บเงินไปโดยอัตโนมัติ
ความเหี้ยคือ มีเงินพอจะเคลียร์บัตรตั้งนานแล้ว แต่เสือกไม่ได้เคลียร์
(คือสมองมันจำแต่ว่า “เอาเงินเข้าบัญชีไปแล้ว”
แต่ไม่ได้ follow up ว่า “แล้วมึงไปแจ้งแบงค์ให้หักเต็มจำนวนหรือยัง”
ดอกเงินฝากมันเป็นขนาดติ๊ดเดียวเทียบกับดอกบัตรเครดิตนะว้อย

ดังนั้นแล้ว จึงรีบทำเรื่องหักเต็มจำนวนด่วนๆ
และเมื่อยอดเรียกเก็บมาครั้งต่อไป
ก็จะไปเคลียร์บัตรให้เหลือหนี้ค้างชำระจำนวน 0 บาทซะที
(ยังไม่จ่ายตอนนี้ดิ ให้มันเป็นรายจ่ายของเดือนหน้าเหอะ)

ชีวิตในช่วงนี้ เป็นหมวดๆ

  • New thing : สิ่งใหม่ในชีวิต (1) : ไปฝังเข็มรักษาอาการปวดหลังมาได้สองครั้งแล้ว วิชัยพาไป หายจริง หายแบบ 95% อะ ได้ผลกว่าการนวดไทย แม้จะไม่สบายเท่า
  • New thing : สิ่งใหม่ในชีวิต (2) : ไปโหลดแอพชื่อ Money Lover มาใช้ และเริ่มบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างเข้มงวด ไอ้สมาร์ตโฟนนี่มันดีจริงๆ เมื่อก่อนต้องทำลงคอม ลงเอ็กเซล ลงกระดาษ ไม่เวิร์ค เพราะมันโน่นนี่นั่นเยอะ นี่คืออยู่ที่มือ ซึ่งถ้าเรามีเวลาเล่นไลน์หรืออินสตาแกรม เราก็มีเวลาบันทึกค่าใช้จ่ายลงแอพง่ายๆ นี่เหมือนกัน
  • New thing : สิ่งใหม่ในชีวิต (3) : เปลี่ยนแบ็ตให้อีโน้ตแล้ว ตอนนี้เลยอึดมาก โดนคนขายด่าอีกว่า พี่อย่าเสียบชาร์จทิ้งไว้สิครับ แบตบวมหมด แกะมาดู เออ บวมจริง 
  • อนึ่ง, ร้านซัมซุงไม่มีแบตขาย ร้านเจมาร์ตไม่มีแบตขาย เดินเข้าไอทีมอลล์พารากอน
    “มีครับพี่ แต่...”
    ทำหน้าสลดและเกรงใจเรานิดหน่อย
    “...แต่มันเป็นของแท้ของซัมซุงเลยนะครับพี่”
    อีห่า หน้ากูเหมือนใช้ของปลอมตลอดเวลาใช่มั้ย (ใช่)
  • It’s over : อำลาอาลัย : ไอ้มดแดง Mask Rider Double ที่ตามดูอยู่ จบแล้ว ซึ่งซึ้ง ร้องไห้เยย เสียดายเหมือนกัน นานๆ จะเจอหนังมดแดงหนุกๆ
  • Guilty Pleasure : แอบกินหมู มันหอมอะ สอยซะ (หลังๆ ชักบ่อยนะ)
  • Fail 1 : เจอหนังสือชื่อ “คู่มือพิชิตใจด้วยปลายลิ้น” ทำไมกูรู้สึกว่ามันอีโรติกวะ
  • Fail 2 : หลังประตูห้องน้ำ ในห้างเดียวกัน “ควยผู้หญิงก็เหมือนกันทั้งโลกน่ะแหละ” อืม เห็นความสำคัญของเครื่องหมายวรรคตอนหรือยัง คือหลังควยเนี่ยมึงควรเว้นวรรคไม่ก็ใส่เครื่องหมายตกใจหน่อยมั้ย ฟังดูเหมือนโดนชีเมลสลัดรักมาก
  • Impressed : ประทับใจมาก สติกเกอร์ไลน์ใหม่ บราวน์และโคนี่ออกเดตภาคสอง เพิ่งคิดเมื่อวันก่อนว่า ชุดสองตัวนี้มันติดอันดับขายดีตลอดกาลมากเลยนะ ไม่เคยหล่นลงต่ำกว่า 10 เลย กูเป็นไลน์กูจะรีบทำภาคสอง วันรุ่งขึ้นมันมาเลยครับ
  • รักลูกกะเจี๊ยบมาก ยังคงตามกินน้ำใต้ศอกสม่ำเสมอ และที่ชอบสุดคือ รูปที่อีบราวน์โดดถีบขาคู่อีโคนี่ แล้วลูกกะเจี๊ยบแซลลี่เริงร่ามาก ฮ่าๆๆ โคตรดาร์กอะ
  • โคตรรักไลน์คาแรกเตอร์เลย คนออกแบบแม่งเก่ง

Tuesday, June 04, 2013

ภาพสำคัญในชีวิตอีกภาพหนึ่ง

ลอยตัวอยู่ในน้ำ ข้างบนมีฟ้า กับกิ่งไม้
ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เว้นแต่ความสงบ
หันหน้ามองไป เห็นคนที่รักที่สุด นั่งฟังเพลง
มองกลับขึ้นไปบนฟ้า แดดลอดใบไม้ ลงมาแยงตา

รู้ได้เดี๋ยวนั้นว่า
นี่คงเป็นหนึ่งในภาพ
ที่จะมองเห็นตรงหลังเปลือกตา
ในลมหายใจท้ายๆ ของชีวิต

ที่สุดแล้ว ผมอาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลยบนโลก
แต่ภาพความทรงจำนี้ 
มันจะเป็นของผมเสมอ.

คนอื่นไม่ใช่ข้อยกเว้น เราก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

โกรธคนอื่นน้อยลงได้ โดยการตระหนักให้ได้ว่า
เขาก็ไม่ต่างจากเรา เขาก็เป็นคนที่โกรธเป็น
เสียใจเป็น น้อยใจเป็น ทุกข์เป็น หงุดหงิดเป็น
เขาก็น่าสงสารเหมือนเรา และบางที เขาก็ซวยเหมือนเรา

รู้สึกหงุดหงิดกับความซวยของตัวเองน้อยลงได้
โดยการตระหนักให้ได้ว่า
แล้วเราวิเศษกว่าคนอื่นตรงไหนวะ
เรื่องเวรๆ ถึงจะเกิดขึ้นกับเราบ้างไม่ได้

อย่าลืมว่า เราไม่ใช่ข้อยกเว้น
ไม่มีใครทั้งนั้นล่ะ ที่เป็นข้อยกเว้นบนโลกนี้

เรื่องแรกจำได้แม่นว่าอ่านจาก เติมธรรมในช่องว่าง ของพี่เอ๊ดดี้ 
ส่วนเรื่องที่สอง จำไม่ได้ว่าอ่านจากไหน
จำได้เมื่อไหร่ จะเอามาเขียนไว้

Monday, June 03, 2013

สะกิดนิดเดียว

เพื่อนเล่าให้ฟังว่าเลิกกับแฟนที่รักกันมา 15 ปี
เหตุผลคือ "เรื่องไม่เป็นเรื่องนิดเดียว"

เคยได้ยินเรื่องแนวนี้มาหลายครั้งแล้ว
ซึ่งอันที่จริง มันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กหนึ่งครั้ง
แต่มันคือเรื่องเล็กนับครั้งไม่ถ้วน
ที่ถูกสะสมบ่มเพาะกันมา
แล้ววันหนึ่ง เมื่อมันถึงขีดสุด
เพียงมีอะไรสะกิดนิดเดียว
ชนวนเล็กๆ นั้นก็เพียงพอจะทำให้อะไรก็ตาม
แม้แต่ความรักที่สะสมบ่มเพาะมายาวนาน
พังครืนทันที

มันไม่ใช่เหตุการณ์ใหญ่ๆ ครั้งเดียว
แต่มันคือเหตุการณ์เล็กๆ หลายครั้งต่างหาก